งานวิจัยสรรพคุณถั่งเช่า โดยเฉพาะโรคมะเร็งและโรคอื่นๆ

“ถั่งเช่า” ถือได้ว่าเป็นยาสมุนไพรที่มีการใช้อย่างแพร่หลายในประเทศจีนนานหลายพันปี มีสรรพคุณทางยาแผนโบราณที่ใช้กันแพร่หลายในประเทศจีนในเรื่องของกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ และใช้เป็นยาบำรุงร่างกาย บำรุงอวัยวะภายใน เช่น ปอด ตับ และไต เป็นต้น

องค์ประกอบทางเคมีของถั่งเช่า

ถั่งเช่าอุดมไปด้วยสารต่าง ๆ ที่มีประโยชน์ ได้แก่ โพลีแซคคาไรด์ เช่น betaglucan, galactomannan, นิวคลีโอไทด์ เช่น adenosine, cordycepin, cordycepic acid, กรดอะมิโน สเตอรอล เช่น ergosterol, beta-sitosterol นอกจากนี้ยังประกอบด้วยสารอาหารสำคัญอื่น ๆ เช่น โปรตีน วิตามินต่างๆ เช่น E, K, B1, B2 และ B12 และแร่ธาตุต่าง ๆ เช่น โพแทสเซียม โซเดียม แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก สังกะสี และซีลีเนียม เป็นต้น

รายงานการวิจัยของสรรพคุณถั่งเช่า FOR HER

  1. Jordan และคณะ (2010) ได้ศึกษาสตรีที่เป็นมะเร็งเต้านมระยะสุดท้าย โดยให้รับประทานถั่งเช่าควบคู่ไปกับการผ่าตัดเอาเนื้องอกออก ผลปรากฎว่า สามารถลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งเต้านมได้ โดยการไปกระตุ้นการสร้าง macrophage ซึ่งจะเป็นตัวที่จะคอยทำลายเซลล์มะเร็ง [Jordan JL, Nowak A, Lee TD. (2010). Activation of innate immunity to reduce lung metastases in breast cancer. Cancer Immunol Immunother. 59(5): 789-797.]
  2. Choi และคณะ (2011) ได้ศึกษาการเหนี่ยวนำของสาร cordycepin จากถั่งเช่าในการเหนี่ยวนำการตายและการกินตัวเองของเซลล์มะเร็งเต้านมในระดับห้องปฏิบัติการ โดยทำการทดสอบกับเซลล์มะเร็งเต้านมของมนุษย์ 2 ชนิด คือ MDA-MB-231 และ MCF-7 ผลปรากฏว่าสาร cordycepin สามารถทำลายเซลล์มะเร็งเต้านมทั้ง 2 ชนิดได้เป็นอย่างดี [Choi S, Lin MH, Kim KM, Jeon BH, Song WO, Kim TW. (2011) Cordycepininduced apoptosis and antophagy in breast cancer cells are independent of the estrogen receptor. Toxicol Appl Pharmacol. 257(2): 165-173.]
  3. Kuo และคณะ (1994) ได้ทำการสกัดสารจากถั่งเช่า Cordyceps sinensis ด้วยแอลกอฮอล์แล้วนำไปแยกสารให้บริสุทธิ์ด้วย silica gel column chromatography ได้ 15 ชนิด จากนั้นได้ทดสอบในการยับยั้งเซลล์เนื้องอกในห้องปฏิบัติการ ซึ่งพบว่ามีสาร 2 ชนิด จากทั้งหมด 15 ชนิด สามารถยับยั้งการขยายตัวของเซลล์เนื้องอกชนิดต่างๆ ได้แก่ K562, Vero, Wish, Calu-1, และ Raji ซึ่งปรากฏว่าสารสกัดทั้ง 2 ชนิดนั้นไม่ใช่ โพลีแซคคาไรด์ เพราะได้ถูกแยกออกไปตั้งแต่แรก และโครงสร้างก็ไม่ใช่สาร cordycepin ดังนั้นจึงสรุปได้ว่ายังมีสารสำคัญชนิดอื่นๆ ในถั่งเช่ามีฤทธิ์ในการยับยั้งเซลล์มะเร็ง [Kuo YC, Lin CY, Tsai WJ, WU CL, Chen CF, Shiao MS. (1994). Growth inhibitors against tumor cells in Cordyceps sinesis other than cordycepin and polysaccharides. Cancer Invest. 12(6): 611-615.]
  4. Li และคณะ (2001) ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของถั่งเช่า ทั้งที่เก็บได้จากธรรมชาติและที่ได้จากเส้นใยจากการเพาะเลี้ยง ในการเป็นสารแอนตี้ออกซิแด้น (anti-oxidant) โดยทำการทดสอบ 3 ชนิด ได้แก่ สารยับยั้งการสร้าง xanthine ซึ่งเป็นสารตั้งต้นของ กรดยูริค สารยับยั้งการเหนี่ยวนำให้เม็ดเลือดแดงแตก และการย่อยสลายไขมัน ซึ่งผลปรากฏว่าถั่งเช่าธรรมชาติและถั่งเช่าที่ได้จากการเพาะเลี้ยง ให้ผลดีในการทำงานทั้ง 3 กรณี ใกล้เคียงกันมาก และยังพบอีกว่าสารโพลีแซคคาไรด์ที่แยกได้จากถั่งเช่าที่เพาะเลี้ยง มีประสิทธิภาพเป็น antioxidant เพิ่มขึ้น 10-30 เท่า [ LI SP, LI P, Dong TTX, Tsin KW. (2001). Anti-oxidant activity of different type of natural Cordyceps sinensis and cultured Cordyceps mycelia. Phytomedicine. 8(3): 207-212.]
  5. Niwa และคณะ (2013) ได้ทำการทดสอบสมุนไพรจีนที่มีส่วนผสมของถั่งเช่า ในการรักษาผู้ป่วยโรคตับ จำนวน 101 คน ( ชาย 67 และหญิง 34 ) อายุเฉลี่ย 67.2±8.8 ปี เป็นระยะเวลา 0.8-100.8 เดือน (เฉลี่ย 13.4 เดือน) ซึ่งในผู้ป่วยเหล่านี้พบว่าเป็นโรคตับแข็ง 84%, hepatitis C 63%, hepatitis B 18%, โรคมะเร็งตับ 9% ซึ่งบางคนก็เป็น 2-3 โรค ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่ได้รับสมุนไพรที่มีส่วนผสมของถั่งเช่า มีอายุยืนยาวกว่า ไม่มีผลข้างเคียง และมีศักยภาพในการทนต่อการรักษาด้วยวิธีการแพทย์แผนปัจจุบันได้ดีกว่า [Niwa Y, Matsuura H, Murakami M, Sato J, Hirai K, Sumi H. (2013). Evidence that Naturopathic Therapy including Cordyceps sinensis Prolongs Survival of Patients with Hepatocellular Carcinoma. Integr Cancer Ther. 12(1): 50-68.]
  6. Lee และคณะ (2009) ได้ศึกษาประสิทธิภาพของ cordycepin ในการยับยั้งผลกระทบจากแสงแดดที่มีต่อผิว ทำให้ผิวเสีย (anti-skinphotoaging effects) ในระดับห้องปฏิบัติการ โดยทำการทดสอบการยับยั้งเอ็นไซม์ 2 ชนิดที่มีอยู่ในเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ ได้แก่ metalloproteinase-1 (MMP-1) และ -3 ผลการทดลองพบว่า cordycepin สามารถป้องกัน (block) รังสี UVB ไม่ให้เหนี่ยวนำการสร้าง MMP จึงสามารถป้องกันการเสื่อมของผิวหนังจากรังสีอัลตร้าไวโอเล็ตที่มีในแสงแดดได้ [Lee YR, Noh EM, Jeong EY, Yun SK, Jeong YJ, Kim JH, Kwon KB, Kim BS, Lee SH, Park CS, Kim JS. (2009). Cerdycepin inhibits UVB-induced matrix metalloproteinase expression by suppressing the NF-KB pathway in human dermal fibroblast. Exp Mol Med. 41(8): 548-554.]
  7. Wong และคณะ (2011) ได้ทำการทดสอบสารสกัดโพลีแซคคาไลด์ ที่ได้จากถั่งเช่า ในการป้องกันเซลล์ผิวหนังของมนุษย์ จากการทำลายของรังสีอุลตร้าไวโอเล็ต (UVB 290-320 nm) โดยการเพาะเลี้ยงเซลล์ผิวหนัง (fibroblast) แล้วแบ่งเป็น 2 ชุด ชุดแรกชุบด้วยสารสกัดจากถั่งเช่า ส่วนชุดที่สองชุบด้วยน้ำอุ่นเพื่อเป็นกลุ่มเปรียบเทียบ แล้วนำมาฉายรังสี UVB (302 nm) จากนั้นทำการตรวจสอบ DNA ที่เสียหายหรือเปลี่ยนแปลงไป ผลปรากฏว่าสารสกัดจากถั่งเช่า สามารถป้องกันผิวหนังจากรังสี UVB ไม่ให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้อย่างมีนัยสำคัญ [Wong WC, WC JY, Benzie IF.(2011). Photoprotective potential of Cordyceps Polysaccharides against untraviolet B radiation-induced DNA damage to human skin cells. Br J Dermatol. 164(5): 980-986.]
  8. Li และคณะ (2009) ได้ทำการศึกษาผลของถั่งเช่าที่มีต่อการกระตุ้นการทำงานของเซลล์ปลายประสาท และกระตุ้นการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ผลปรากฏว่าถั่งเช่ามีผลต่อความสมดุลย์ของหยิน-หยาง ซึ่งเหมาะที่จะเป็นยาและอาหารเสริมสุขภาพ [Li CY, Chiang CS, Tsai ML, Hseu RS, Shu WY, Chuang CY, Sun YC, Chang YS, Lin JG, Chen CS, Huang CL, Hsu IC. (2009). Two-sided effect of Cordyceps sinensis on dendritic cells in different physiological stages. J Leukoc Biol. 85(6): 987-995.]
  9. Bok และคณะ (1999) ได้แยกสารต่อต้านเนื้องอก (มะเร็ง) จากถั่งเช่าได้เพิ่มอีก 2 ชนิด จากเดิมที่ทราบอยู่แล้ว 2 ชนิด ซึ่งสารที่แยกใหม่ 2 ชนิด ได้แก่ 5a,8a-epidioxy-24(R)-methylcholesta-6,22-dien-3-b-D-glucopyranoside และ 5,6-epoxy-24(R)-methylcholesta-7,22-dien-3-b-ol ซึ่งทั้ง 2 ชนิดมีศักยภาพในการทำลายเซลล์มะเร็งต่างๆ เช่น K562, Jurkat, WM-1341, HL-60 และ RPMI-8226 ได้สูงกว่าสารที่พบเดิม [Bok JW, Lermer L, Chilton J, Klingeman HG, Towers GH.(1999). Antitumor sterols from the mycelia of Cordyceps sinensis. Phytochemistry. 51(7): 891-898.]
  10. Chen และคณะ (2010) ได้ศึกษาศักยภาพของสาร cordycepin จากถั่งเช่าในการเหนี่ยวนำทำให้เซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์ตาย (CGTH W-2) ซึ่งผลปรากฏว่าเซลล์มะเร็งต่อมไทรอยด์ลดความสามารถในการมีชีวิตต่อไปและตายในที่สุด ไม่กลายเป็นเนื้อร้าย [Chen Y, Chen YC, Lin YT, Huang SH, Wang SM.(2010). Cordycepin induces apoptosis of CGTH W-2 thyroid carcinoma cells through the calcium-calpain-caspase 7-PARP pathway. J Agric Food Chem. 58(22): 11645-11652.]
  11. Yoshikawa และคณะ (2007). ได้ศึกษาศักยภาพของสาร cordycepin จากถั่งเช่าในการยับยั้งให้เซลล์ตั้งต้นของมะเร็งเม็ดเลือดขาวของมนุษย์ (promyelocytic leukaemia) (HL 60) ไม่สามารถเจริญเติบโตได้ [Yoshikawa N, Nakamura K, Yamaguchi Y, Kagota S, Shinozuka K, Kunitoma M. (2007). Cordycepin and Cordyceps sinensis reduce the growth of the human promyelocytic leukaemia cells through the Wnt signaling pathway. Clin Exp Pharmacol Physiol. 34: S61-S63.]
  12. Matsuki และคณะ (2008) ได้ศึกษาการยับยั้งการสร้างเมลานีน ด้วยกลูต้าไธโอน ผลปรากฏว่า กลูต้าไธโอน มีผลในการยับยั้งการทำงานร่วมกันระหว่างเอ็นไซม์ tyrosinase กับ L-DOPA ทำให้ยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานีนและหยุดขยายตัวต่อกัน [Matsuki M, Watanabe T, Ogasara A, Mikami T, Matsumoto T. (2008). Inhibitory Mechanism of Melanin Synthesis by Glutathione. Yakugaku Zasshi. 128(8): 1203-1207.]
  13. Moskowitz และคณะ (2000) ได้ศึกษาประโยชน์จากการรับประทานคอลลาเจน ในการรักษาบุคคลที่มีอาการโรคข้อเข่าเสื่อม (osteoarthritis) และโรคกระดูกพรุน (osteoporosis) ผลปรากฏว่าหากรับประทานติดต่อกันทุกวันอาการปวดข้อเข่าและสะโพกลดลง [Moskowitz R. (2000). Role of collagen hydrolysate in bone and joint disease. Seminass in arthritis and rheumatism. 30(2): 87-99.]

รายงานการวิจัยของสรรพคุณถั่งเช่า FOR HIM

  1. Guo (1986) ได้ทำการทดสอบถั่งเช่ากับคนไข้ชาย 22 คน โดยให้รับประทานวันละ 3 กรัม เป็นเวลาติดต่อกัน 8 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าในจำนวน 33 % ของคนไข้มีปริมาณเชื้ออสุจิเพิ่มมากขึ้น และสามารถป้องกันการลดปริมาณของเชื้ออสุจิในคนไข้จำนวน 29 % [Guo YZ. (1986) J Modern Diagnostics Therapeutics. 1: 60-65.]
  2. Wan และคณะ (1998) ได้ทำการทดสอบ ถั่งเช่า กับคนไข้ชาย 189 ราย โดยให้รับประทานวันละ 3 กรัม เป็นเวลาติดต่อกัน 40 วัน ผลปรากฏว่าสามารถฟื้นฟูผู้ที่เสื่อมสมรรถภาพทางเพศได้ถึง 66.1% [Wan F, Guo Y, Deng X. (1998). Chinese Traditional Patented Med. 9: 29-31.]
  3. Huang และคณะ(2004) และ Huang และคณะ (2004) พบว่าถั่งเช่า สามารถเพิ่มฮอร์โมนเพศชายได้ทั้งในหนูทดลองและในมนุษย์ [Huang YL, Leu SF, Liu BC, Sheu CC, Huang BM. (2004). In vivo stimulatory effect of Cordyceps sinenis mycelium and its fractions on reproductive function in male mouse. Life Sci. 75:1051-1062.]
  4. Huang BM, Hsiao KY, Chuang PC, Wu MH, Pan HA, Tsai SJ. (2004) Upregulation of steroidogenic enzymes and ovarian 17 b-estradiol in human granulosa-lutein cells by Cordyceps sinensis mycelium. Biol Reprod. 70: 1358-1364.]
  5. Cheng และคณะ (1995) และ Hao และคณะ ( 2008 ) ได้ทำการทดสอบกับผู้ป่วยมะเร็งปอดระยะ 4 โดยให้รับประทานวันละ 2-3 กรัม ควบคู่กับการใช้เคมีบำบัด พบว่าผู้ป่วยมีอาการดีขึ้นถึง 95% ผู้ป่วยสามารถที่จะทนต่อสารเคมีบำบัดได้ดีกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทานถั่งเช่า และยังพบว่าปริมาณไขกระดูกสูงกว่าผู้ที่ไม่ได้รับประทาน [Cheng JH, Guo XM, Wang X. (1995). Analysis of Therapeutic Effects of Jinshuibao capsule in adjuvant treatment of 20 patients with terminal stage of lung cancer. J Admin Trad Chinese Med. 5 (suppl) : 30-35.]
  6. Hao L, Wang l, Kobayashi M, Tamesada M, Wang HJ. (2008). Effectiveness of Cordyceps sinensis alone or in combination with chemotherapy in patients with non-small cell lung cancer. Biotherapy. 22: 345-349.]
  7. Kubo และคณะ (2010) ได้ทดสอบการยับยั้งเซลล์เนื้องอกในตับไม่ให้ขยายขนาดโดยการใช้น้ำสกัดจากถั่งเช่า Cordyceps sinensis ฉีดเข้าไปในหนูทดลองที่ได้รับเซลล์เนื้องอกตับอยู่แล้ว ผลปรากฏว่าเซลล์เนื้องอกไม่สามารถขยายตัวเข้าทำลายเนื้อเยื่อตับได้ทำให้หนูมีอายุยืนยาวกว่ากลุ่มควบคุมมาก [Kubo E, Yoshikawa N, Kunitomo M, Kagota S, Shinozuka K, Nakamura K. (2010). Inhibitory effect of Cordyceps sinensis on experimental hepatic metastasis of melanoma by suppressing tumor cell invasion. Anticancer Res. 30: 3429-3433.]
  8. Jiang และ Geo (1995) ได้ทำการทดสอบในคนไข้ 37 คน ที่มีปัญหาโรคไตวายเรื้อรัง โดยให้รับประทานถั่งเช่าในปริมาณ 5 กรัม ต่อวันติดต่อกัน 1 เดือน ผลปรากฏว่าค่าต่างๆ หลังจากการรับประทานแล้วดีขึ้นมาก ได้แก่ blood urea nitrogen, creatinine, urinary proteins, arterial blood pressure, superoxide dismutase, และ serum lipoperoxides. [Jiang JC, Gao YF. (1995). Summary of Treatment of 37 chronic renal dysfunction patients with Jinshuibao. J Admin Trad Chinese Med. 5 (suppl) : 23-24.]
  9. Chen (1995) ได้ทำการศึกษาในผู้ป่วยโรคหัวใจล้มเหลวเรื้อรัง 30 คน โดยให้รับประทานถั่งเช่า 3-4 กรัมต่อวัน ติดต่อกันนาน 26±3 เดือน ร่วมกับยาแผนปัจจุบัน แล้วทำการเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ได้รับเพียงยาแผนปัจจุบันจำนวน 34 คน ผลปรากฏว่าผู้ป่วยที่ได้รับถั่งเช่าร่วมกับยาแผนปัจจุบันมีดัชนีบ่งชี้อาการต่างๆดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติได้แก่ อาการหายใจถี่ลดลง ซึ่งทำให้ไม่เหนื่อยง่าย สภาพความสมบูรณ์ของร่างกายดีขึ้น อารมณ์/อาการทางจิตดีขึ้น และความต้องการทางเพศสูงขึ้น [Chen G. (1995). Effects of Jinshuibao capsule on quality of life of patients with chronic heart failure. J Admin Trad Chinese Med. 5(suppl) : 40-43.]
  10. Zhang และคณะ (1995) ได้ทำการศึกษาในผู้สูงอายุ ที่มีอาการอ่อนล้าง่ายโดยแบ่งกลุ่มผู้ทดลองออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มแรกให้รับประทานถั่งเช่า ในอัตรา 3 กรัมต่อวันติดต่อกันนาน 3 เดือน จำนวน 26 คน และอีกกลุ่มหนึ่งให้กินสารที่ไม่มีฤทธิ์ใดๆ (Placebo) จำนวน 27 คน ผลปรากฏว่า กลุ่มที่ได้รับถั่งเช่า มีจำนวนผู้ที่หายจากอาการอ่อนล้าง่ายได้ถึง 92% ในขณะที่กลุ่มที่รับสารทดแทนมีผู้ที่หายจากอาการอ่อนล้าง่ายเพียง 14% [Zhang Z, Huang W, Liao S, Li J, Lei L, Leng F, Gong W, Zhang H, Wan L, Wu R, Li S, Luo H, Zhu F. (1995). Clinical and Laboratory studies of Jinshuibao in scavenging oxygen free radicals in elderly senescent XuZheng patients. J Admin Trad Chinese Med. 5(suppl) : 14-18.]
  11. Nagata และคณะ (2006) ได้ทำการทดสอบประสิทธิภาพของถั่งเช่า สำหรับนักกีฬาเพื่อเปรียบเทียบระหว่างกลุ่มที่รับประทานถั่งเช่านานต่อเนื่อง 2 สัปดาห์ กับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานจำนวนคนเท่าๆกัน จำนวนทั้งหมด 36 คน โดยทำการตรวจวัดค่าต่างๆ เช่น VO2 , VCO2 , VE ความดันโลหิต อัตราการเต้นของหัวใจ ปริมาณกรดแลคติก นอกจากนั้นยังได้เก็บปัสสาวะทั้งก่อนรับประทานถั่งเช่า และหลังรับประทาน แล้วทิ้งไว้หนึ่งคืนจากนั้นนำไปตรวจสอบ catecholamine (CA, Adr, NorA, Dop) และ cortisol hormone (17-KA-S และ 17-OHCS) ผลปรากฏว่า อัตราส่วนของการเปลี่ยนแปลงก่อนและหลังการออกกำลังกาย ระหว่างกลุ่มที่กินถั่งเช่ากับกลุ่มที่ไม่ได้กินนั้น มีผลแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ซึ่งกลุ่มที่กินถั่งเช่าให้ผลดีกว่ามาก [Nagata A, Tajima T, Uchida M. (2006). Supplemental anti-fatigue effects of Cordyceps sinensis (Tochu-Kaso) extract powder during three stepwise exercise of human. Jpn J Phys Fitness Sports Med. 55: 145-151.]
  12. Chen และคณะ (2010) ได้ทำการทดสอบสมรรถภาพการออกกำลังกายในผู้สูงอายุ (50-75 ปี) จำนวน 20 คน โดยการให้รับประทานถั่งเช่าอัตรา 1 กรัมต่อวัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่ให้กินสารที่ไม่มีฤทธิ์ใดๆ (Placebo) เป็นเวลานาน 12 สัปดาห์ แล้วทำการตรวจสอบวัดค่าแมทาโบไลท์ต่างๆ ผลปรากฏว่ากลุ่มที่ได้รับถั่งเช่า มีค่าแมทาโบไลท์ทุกตัวดีขึ้นจากการออกกำลังกายเปรียบเทียบกับกลุ่มที่ไม่ได้รับประทานถั่งเช่า [Chen S, Li Z, Krochmal R, Abrazado M, Kim W, Cooper CB.(2010). Effect of Cs-4®(Cordyceps sinensis) on exercise performance in healthy older subjects : A double-blind, Placebo-Controlled Trial. J Altern Complement Med. 16(5): 585-590.]
  13. Yang และคณะ (2011) ได้ศึกษาฤทธิ์ของสารสกัดจากเส้นใยถั่งเช่า ในการยับยั้งการปลดปล่อย superoxide anion และเอ็นไซม์ elastase ในกรณีที่เกิดแผลแล้วจะมีผลทำให้อักเสบ ผลปรากฏว่าสารที่สกัดได้มีส่วนประกอบสำคัญคือ 1-(5-Hydroxymethyl-2-furyl)-b-carboline มีฤทธิ์ในการยับยั้งการปลดปล่อย superoxide anion และเอ็นไซม์ elastase ได้ดีทำให้แผลหายเร็วขึ้นมาก [Yang ML, Kuo PC, Hwang TL, Wu TS. (2011). Anti-inflammatory principles from Cordyceps sinensis. J Nat Prod.74 (9): 1996-2000.]
  14. Li และคณะ(2009) ได้ทำการทดสอบในผู้ป่วยที่ได้ทำการปลูกถ่ายไต จำนวน 202 คน โดยสุ่มตัวอย่างแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรก (93 คน) ให้กินถั่งเช่า 3 กรัมต่อวันควบคู่ไปกับยาแผนปัจจุบัน เปรียบเทียบกับกลุ่มที่สอง (109 คน) ให้กินเฉพาะยาแผนปัจจุบัน ผลการตรวจวัด serum creatinine (SCr) และ blood urea nitrogen (BUN) ไม่แตกต่างกันระหว่างสองกลุ่ม แต่กรดยูริค และโปรตีนในปัสสาวะนั้น ในกลุ่มที่ได้รับประทานถั่งเช่ามีค่าต่ำกว่าอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ หลังจากปลูกถ่ายไตแล้ว 2-6 เดือน ปริมาณความเข้มข้นของ cyclosporine (CsA) ในเลือดของผู้ที่รับประทานถั่งเช่า ต่ำกว่าในกลุ่มที่ไม่ได้รับประทาน ซึ่งเป็นดัชนีชี้ว่า ถั่งเช่าช่วยในการยอมรับการปลูกถ่ายไตของร่างกายได้ดีขึ้นมาก [Li Y, Xue WJ, Tian PX, Ding XM, Yan H, Pan XM, Feng XS. (2009). Clinical Application of Cordyceps sinensis on Immunosuppressive Therapy in Renal Transplantation. Tranplant Proc. 41(5): 1565-1569.]
  15. Vetvicka และคณะ (2007) ได้ทดสอบประสิทธิภาพด้านเสริมภูมิคุ้มกันจากสาร 1,3-beta-D-Glucan ในการกระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นในการกำจัดสิ่งแปลกปลอม และยังได้พบว่า ในผู้ป่วยมะเร็ง มีการฟื้นตัวได้เร็วขึ้นหลังจากการรับเคมีบำบัดหรือฉายรังสี เพราะกระตุ้นเม็ดเลือดขาวให้มีปริมาณเพิ่มขึ้นสู่สภาวะปกติได้เร็วขึ้น [Vetvika V, Dvorak B, Vetvickova J, Richter J, Krizan J, Sima P, Yvin JC. (2007). Orally administered marian (1,3)-beta-D-Glucan Phycarine stimulates both humoral and cellular immunity. Intl J Biol Macromolec. 40(4): 291-298.]
  16. Kirmaz และคณะ (2005) ได้ทำการศึกษาผู้ป่วยที่มีอาการจมูกอักเสบจากภูมิแพ้จำนวน 24 คน โดยแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม กลุ่มแรกจำนวน 12 คน ให้รับประทาน เบต้า-กลูแคน ส่วนอีกกลุ่มหนึ่งจำนวน 12 คน ให้รับประทานสารอื่นที่ไม่มีผลต่อการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน (Placebo) โดยให้รับประทานติดต่อกัน 12 สัปดาห์ ผลปรากฏว่าดัชนีที่บ่งบอกถึงอาการภูมิแพ้จากการตรวจวัดสารในน้ำมูก ลดลงในกลุ่มที่ได้รับสารเบต้า-กลูแคน ซึ่งแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ กับกลุ่มที่ไม่ได้รับเบต้า-กลูแคน [Kirmaz C, Bayrak P, Yilmaz O, Yuksel H. (2005). Effects of glucan treatment on the Th1/Th2 balance in patients with allergic rhinitis : a double-blind placebo-controlled study. European cytokine network. 16(2): 128-134.]
  17. Pojanagaroon และ Rujjanawate (2005) ได้ศึกษาสาร Flavonoids ในกระชายดำซึ่งมีผลช่วยทำให้การไหลเวียนของโลหิตดีขึ้น มีฤทธิ์ต่อต้านอนุมูลอิสระ บำรุงฮอร์โมนเพศชาย เพิ่มความหนาแน่นของอสุจิ กระตุ้นประสาททำให้กระชุ่มกระชวย ขับลม ขับปัสสาวะ [Pojanagaroon S, Rujjanawate C. (2005). Effect of internal color of Kaempferia parviflora (Krachai-Dam) shizomes as raw materials for wine processing on ant oxidative activity. Processding of 43rd Kasetsart University Annual Conference. Thailand. 1-4 February.]
  18. Roth และคณะ (2005) ได้ทำการทดสอบอาร์จินีน ในการกระตุ้นการหลั่งฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตในบุคคลปกติเพศชายจำนวน 6 คน ผลปรากฏว่า อาร์จินีนมีผลต่อการสร้างฮอร์โมนควบคุมการเจริญเติบโตโดยการยับยั้งการหลั่ง somatostatin ซึ่งเป็นสาร polypeptide จากต่อม hypo-thalamus ซึ่งจะไปยับยั้งต่อมไร้ท่อไม่ให้หลั่งฮอร์โมนเจริญเติบโตออกมา [Roth AJ, Muller O, Schopohl J, von Werder K. (1998). Arginine stmulates growth hormone secretion by suppressing endogenous somatostatin secretion. J Clin Endocrinol Metab. 67(6): 1186-1189.]

รายงานการวิจัยเพิ่มเติมในคน

กรณีศึกษาฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย โดยทำการศึกษาในผู้ชาย 5 คน (อายุเฉลี่ย 35 ปี) ที่ถุงลมถูกกระตุ้นให้อักเสบด้วย lipopolysaccharide (LPS) พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดการสร้างสารที่ทำให้เกิดการอักเสบ เช่น interlukin-1beta (IL-1beta), interlukin-6 (IL-6), interleukin-8 (IL-8), interleukin-10 (IL-10) และ tumor necrosis factor-alpha (TNF-alpha) ได้ จึงส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันทำงานดีขึ้น

กรณีศึกษาฤทธิ์ลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยการให้ผู้ป่วยเบาหวานรับประทานถั่งเช่าปริมาณ 3 กรัม/วัน พบว่าสามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้ถึง 95% ในขณะที่กลุ่มที่รักษาด้วยยาแผนปัจจุบันสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้เพียง 54%

กรณีศึกษาฤทธิ์ต่อการฟื้นฟูระบบการทำงานของไต มีรายงานว่าการให้ผู้ป่วยที่การทำงานของไตบกพร่องจากการใช้ยา gentamicin รับประทานถั่งเช่า 4.5 กรัม/วัน มีผลทำให้ระบบการทำงานของไตดีขึ้นเป็นปกติ 89 % เปรียบเทียบกับกลุ่มควบคุมหลังจากรับประทานถั่งเช่าภายใน 6 วัน

Shashidhar MG, Giridhar P, Udaya Sankar K, Manohar B. Bioactive principles from Cordyceps sinensis:
A potent food supplement – A review. J Functional Food 2013;5(3):1013-30.

การศึกษาวิจัยฤทธิ์ทางเภสัชวิทยา

เป็นการทดลองในหลอดทดลองและสัตว์ทดลอง พบว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์ปรับสมดุลของร่างกาย กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง ลดระดับน้ำตาลในเลือด ต้านการอักเสบ และกระตุ้นสมรรถภาพทางเพศ เป็นต้น

ข้อควรระวัง

การใช้ในผู้ป่วยเบาหวาน เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดได้ จะไปเสริมฤทธิ์กับยาลดน้ำตาลในเลือด

การใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากลุ่มป้องกันการเกาะกลุ่มเกล็ดเลือด เนื่องจากถั่งเช่ามีฤทธิ์ต้านการเกาะกลุ่มเกล็ดเลือด

การใช้ในผู้ป่วยที่ได้รับยากดภูมิคุ้มกัน (immunosuppressive) ทั้งนี้เพราะว่าถั่งเช่ามีฤทธิ์กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกัน